HAPPY BIRTHDAY TO MAY!
~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~
วันนี้ออกจะผิดแผนจากที่คาดการณ์เอาไว้สักหน่อย แต่ผมก็ทำใจไว้บ้างแล้วล่ะว่ามันต้องออกมาเป็นแบบนี้
จริงๆ มันก็เริ่มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว...
ผมแค่อยากอยู่กับเธอในวินาทีแรกของวันสำคัญ อยากเป็นคนแรกที่ได้บอกรักและอวยพรให้เธอ
...แต่เมื่อคืนเธอเผลอหลับ และไม่อยากพูดคุยตอนกลางดึกแล้ว...
เฮ้อ... ให้มันได้อย่างนี้สิ!
วันนี้จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะพาเธอไปซื้อกระเป๋าเป็นของขวัญวันเกิด ก็มีเหตุทำให้ไปไม่ทันอีกจนได้...
ตอนนี้ผมอยู่ที่ร้าน กำลังรอให้เพื่อนๆ ที่เมย์ชวนมาเดินทางมาถึง ผมนั่งอยู่คนเดียวและกำลังสงสัยเต็มแก่ว่าผมมานั่งอยู่ตรงนี้ทำไม?
อยู่ = ไม่อยู่ = 0
...นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึก
ผมกำลังต่อสู้กับสภาพจิตใจตัวเองที่กำลังตกต่ำถึงขีดสุด
"ท้อ".. มันเป็นยังไง ผมเพิ่งจะมารู้สึกก็ตอนนี้เอง..
- - -
เพื่อนเก่าทั้ง 2 คนพากันมาเยี่ยมเยียนผมอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย
'ความเหงา' แวะเวียนมาเยี่ยมผมอยู่บ่อยครั้งในช่วง 3-4
เดือนที่ผ่านมา แต่เขามักจะโผล่หน้ามาให้ผมเห็นเงียบๆ
แล้วก็จากไปโดยไม่ทักทายเมื่อเห็นว่าผมสามารถทุ่มความสนใจไปกับกิจกรรมต่างๆ
รอบตัว
...แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่า เขากลับมาวนเวียนอยู่รอบตัวผมโดยไม่ยอมหายไปไหนมาพักใหญ่แล้ว...
จนกระทั่งช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา 'ความเหงา'
เดินตรงเข้ามาตบไหล่ผมแล้วยิ้มให้เมื่อเห็นผมอึ้งไปยามได้เจอหน้า
เขายังคงเป็นเพื่อนที่ดีของผม
คอยรับฟังปัญหาของผมและยิ่งยิ้มกว้างขึ้นเมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกที่แย่ๆ
ของผม แต่อย่างน้อยเขาก็อยู่เป็นเพื่อนผมเสมอมา
2-3 วันที่ผ่านมา เขาเปรยๆ กับผมว่า
เพื่อนเก่าของผมอีกคนกำลังจะมาเยี่ยม ผมทำหน้างงจนเขาหัวเราะ
แล้วบอกกับผมว่า จะรู้สึกประหลาดใจก็ไม่แปลก
เพราะผมไม่ได้พบเจอเพื่อนคนนี้นานนับสิบปีแล้ว...
เืมื่อวานนี้ความสงสัยก็กระจ่าง ผมแทบหมดแรงเมื่อเห็นหน้า 'เพื่อนเก่า' อีกรายมาหา...
'อยากตาย' ยกยิ้มตรงมุมปากนิดๆ ตามสไตล์ของเขา.. แบบที่ผมไมไ่ด้เห็นมานาน...
เมื่อเห็นผมมัวแต่อึ้งเงียบก็เชื้อเชิญตัวเองลงนั่งร่วมโต๊ะที่ผมและ
'ความเหงา' นั่งอยู่ก่อน
เขาหันไปผงกหัวทักทายกันเพียงเล็กน้อยก่อนหันมาจ้องตาผม
--คิดถึงจัง-- เป็นถ้อยคำที่ผมไม่เคยคิดว่าจะออกมาจากปากคนเย็นชาเช่นเขา แต่มันก็หลุดออกมาแล้ว...
ผมสับสนไปหมด.. ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักในวัยเด็กของผม
แม้ความคิดและคำพูดของทั้งคู่จะเคยมีอิทธิพลกับผมมาก
แต่บางครั้งสิ่งเหล่านั้นก็ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจอยู่บ่อยครั้ง
--ใจร้ายจังนะ-- เป็น "ความเหงา" ผู้ที่ล่วงรู้ความรู้สึกนึกคิดของผมก่อนใครเพื่อน และเขาคงรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่
เพื่อนคนที่สองยังคงจ้องหน้าผมเงียบๆ ก่อนลุกขึ้นยืนเตรียมกลับไป
--ครั้งนี้แค่มาทักทาย-- นั่นหมายความว่า
ครั้งหน้าในอนาคตอันใกล้นี้เขาจะมาอาศัยอยู่กับผมเหมือนที่ 'ความเหงา'
ทำอยู่หรือเปล่านะ?
'ความเหงา' ยิ้มให้กับความสงสัยเล็กๆ ของผมในขณะที่ 'อยากตาย' ยื่นเสื้อคลุมสีเทาที่เขาถืออยู่มาให้
--เก็บไว้จนกว่าจะถึงเวลา-- อีกแล้ว..
ผมเอื้อมมือไปรับมันมาถือไว้และจ้องมอง
นี่แสดงว่าผมเริ่มท้อแท้ในชีวิตแล้วสินะ 'อยากตาย' ทำแบบนีุ้ทุกครั้ง
สีของเสื้อคลุมที่เขาหยิบยื่นมาให้จะเ็ป็นสัญลักษณ์บ่งบอกอารมณ์ผม
หากเป็นสีขาวหรือเหลืองอ่อน เขาจะมารับเสื้อคลุมกลับไป
หากเป็นสีเทาหรือน้ำตาล เขาจะเอามาทิ้งไว้ที่ผม...ไม่รู้ทำไม...
หากเมื่อมันพัฒนาเป็นสีเทาเข้มหรือน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ เมื่อนั้นเขาจะมาอยู่ข้างๆ ผม และคอยออกไอเดียให้ผมว่าควรจะทำยังไงให้ตาย...
ระหว่างนั้น 'ความกล้า' และ 'ความดี' ที่คอยอยู่ดูแลผมห่างๆ
จะหนีหาย.. 'ความดี' ไม่สามารถเอาชนะ 'อยากตาย' ได้ แต่ 'ความกล้า'
รู้ดีว่า หากเขาไม่อยู่..ผมก็จะทำอะไรไม่ได้ รวมถึงการฆ่าตัวตายด้วย..
เขาจึงเลือกที่จะอยู่ใ้ห้ห่างจากผมในช่วงเวลาที่ 'อยากตาย' มาอยู่กับผม
ส่วน 'ความเหงา' เขาจะเพียงส่งยิ้มเศร้าๆ มาให้ผมโดยไม่พูดอะไร
เขาอ่อนแอกว่า 'อยากตาย' มากนัก
ผมก็ได้แต่คาดเดาเอาเองว่าเขาคงจะเสียดายหาเพื่อนเช่นผมต้องมาจากไปพร้อมกับ
เพื่อนในชุดดำอย่าง 'อยากตาย'
ผมนั่งจ้องมองเสื้อคลุมสีเทาในมือ
ผมควรทำยังไงดี?
วันจันทร์นี้ผมควรเปิดเผยทุกสิ่งและรับโทษทัณฑ์จากหัวหน้า และปล่อยให้สีของเสื้อคลุมเข้มขึ้นหรือเปล่านะ..?
ผมเก็บเสื้อคลุมสีเทาตัวนั้นเข้าตู้ แม้มันจะไม่ได้อยู่ใกล้ผมตลอด 24
ชั่วโมง แต่มันเป็นเสื้อคลุม "ของผม"
ที่จะสะท้อนอารมณ์ไม่ว่าผมจะอยู่ตรงส่วนไหนบนโลกก็ตาม..
ความปรารถนาในส่วนลึกของผมแบ่งเป็น 2 อย่าง
อย่างแรก เมื่อเปิดตู้อีกครั้ง เสื้อคลุมจะกลายเป็นสีขาวรอให้ผู้รับฝากมาเอาคืนไป
อย่างหลัง เมื่อเปิดตู้อีกครั้ง เสื้อคลุมกลายเป็นสีดำสนิท .. ผมจะได้จบเรื่องทุกอย่างลงเสียที!