April 11, 2009

posted on 09 May 2009 20:44 by thinkingbox  in BlackBox
วันนี้ผมต้องรีบเคลียร์งานที่ดองไว้ทุกอย่างให้หมด เพราะผมกำลังจะได้พักแล้ว...

เกือบสิบวันที่ผมกำลังจะได้หยุด ผมหวังว่ามันจะมีแต่ช่วงเวลาที่เป็นสุข

ผมจะไม่นึกถึงใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเ็ป็นเมย์ หรือว่าแจจุง

ผมจะนึกถึงแต่ตัวเองและครอบครัว 

ที่ผ่านมาผมเหนื่อยเหลือเกิน.. เหนื่อยกับการอยู่คนเดียว เหนื่อยกับการหลอกตัวเองไปวันๆ ว่ามีความสุข

ผมอยากกลับไปเป็นเด็กคนนั้น คนที่เก็บกดแต่ก็ยังมีความสุขมากกว่าทุกวันนี้...

- - -

บ่ายสามแล้ว ผมต้องรีบออกแล้วล่ะ เพราะเมย์กับพี่รถจะออกไปพร้อมกันด้วย

จริงๆ ผมชิลมาก เพราะว่ายังไงพี่ผมก็ไปซื้อตั๋วให้ก่อน แต่ก็.. ไม่เป็นไร .. ไปก่อนดีกว่าไปช้าเหมือนคราวที่แล้วที่เกือบตกรถ

- - -

ตอนนี้เกือบสี่ทุ่ม แต่ผมยังไม่ได้หลับเลย ทรมานชะมัด เป็นการเดินทางที่.. จะต้องจดจำไปอีกครั้งว่าจะไม่ซื้อตั๋วรถบริษัทนี้อีก

แม่ง.. เด็กก็ร้องไห้โวยวายทั้งคืน ไหนจะเปิดแผ่นหนังเสียงดังนานอยู่มากกว่าสองชั่วโมงอีก ผมจะบ้าตาย!!

ผมเกลียดเด็ก! ให้ตายสิ..

April 7, 2009

posted on 09 May 2009 20:43 by thinkingbox  in BlackBox
11.28

ผมอยากพักจัง...

เหนื่อย...

ตอนนี้แม้แต่ "ความเหงา" หรือ "อยากตาย" ก็เข้าหน้าผมไม่ติดทั้งนั้น ผมเหนื่อยเกินกว่าที่จะรู้สึกนึกคิดอะไรแล้ว

April 5, 2009

posted on 09 May 2009 20:42 by thinkingbox  in BlackBox
ไม่ต้องเปิดตู้ดูผมก็พอจะเดาได้ว่าสีของเสื้อคลุมตัว 'พิเศษ' ที่มีเพียงผม 'คน' เดียวที่มองเห็นจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร

วันนี้ผมออกไปข้างนอกยามบ่าย ได้หัวเราะกับเรื่องราวมากมายที่เพื่อนในกลุ่มอาจุมม่าคุยกัน แต่เมื่อทุกอย่างจบลงและผมต้องอยู่คนเดียวอีกครั้ง 'ความเหงา' ก็มายืนยิ้มเศร้าให้ผมในทันที

เพื่อนเก่าคนนี้พูดน้อยกว่าเพื่อนชุดดำอีกคนมากนัก โดยมากเขาจะเป็นผู้ฟัง บางครั้งเขาก็จะส่ายหน้าพร้อมหลุบตาลงต่ำ บรรยากาศรอบตัวระหว่างเราเป็นสีอึมครึมเสมอ

นั่น.. ผมแทบต้องขยี้ตาเมื่อเห็น 'อยากตาย' มายืนโบกมือให้จากที่ไกลยามที่ผมกำลังนึกท้อแท้หมดหวัง เรายืนอยู่ในที่โล่งที่มองเห็นกันและกัน แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้ตรงเข้ามาทักทายในทันที 'ความเหงา' ส่ายหน้าช้าๆ เมื่อผมหันไปถามความเห็นด้วยสายตา เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การได้พบเจอเพื่อนชุดดำยิ่งทำให้ผมคิดมาก ..จนผมเริ่มจะจินตนาการถึงเรื่องร้ายๆ อีกแล้ว..

สิ่งแรกที่แว่บเข้ามาในหัวตอนกำลังอยู่บนรถ.. รถชนดูจะเป็นเรื่องร้ายเรื่องแรกที่ผมนึกถึง

ต่อมาที่จุดประกายในขณะที่ผมกำลังยืนรอเมย์มารับ.. ท่ามกลางความมืด.. ถ้าผมถูกฆ่าชิงทรัพย์..จะเป็นยังไงนะ..?

แต่คงเพราะ 'ความกล้า' ฉลาดพอที่จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับผมช่วงนี้ ทำให้ผมไม่กล้าและกลัวอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น

- - -

ผมก็ได้แต่หวังว่า พรุ่งนี้.. 'ความกล้า' จะมาอยู่เคียงข้างผมตอนสารภาพผิดกับหัวหน้า ตอนทำข้อสอบ และตอนจบของเรื่องร้ายๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น...

- - -

แม้แต่ตอนหลับตา ผมยัง..รู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างไม่มีความหมายเอาเสียเลย... มันช่างเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดเสียจริงๆ...

April 4, 2009

posted on 09 May 2009 20:41 by thinkingbox  in BlackBox
HAPPY BIRTHDAY TO MAY!

~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ 

วันนี้ออกจะผิดแผนจากที่คาดการณ์เอาไว้สักหน่อย แต่ผมก็ทำใจไว้บ้างแล้วล่ะว่ามันต้องออกมาเป็นแบบนี้ 
จริงๆ มันก็เริ่มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว...

ผมแค่อยากอยู่กับเธอในวินาทีแรกของวันสำคัญ อยากเป็นคนแรกที่ได้บอกรักและอวยพรให้เธอ
...แต่เมื่อคืนเธอเผลอหลับ และไม่อยากพูดคุยตอนกลางดึกแล้ว...

เฮ้อ... ให้มันได้อย่างนี้สิ!


วันนี้จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะพาเธอไปซื้อกระเป๋าเป็นของขวัญวันเกิด ก็มีเหตุทำให้ไปไม่ทันอีกจนได้...


ตอนนี้ผมอยู่ที่ร้าน กำลังรอให้เพื่อนๆ ที่เมย์ชวนมาเดินทางมาถึง ผมนั่งอยู่คนเดียวและกำลังสงสัยเต็มแก่ว่าผมมานั่งอยู่ตรงนี้ทำไม?
อยู่ = ไม่อยู่ = 0
...นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึก

ผมกำลังต่อสู้กับสภาพจิตใจตัวเองที่กำลังตกต่ำถึงขีดสุด
"ท้อ".. มันเป็นยังไง ผมเพิ่งจะมารู้สึกก็ตอนนี้เอง..

- - -

เพื่อนเก่าทั้ง 2 คนพากันมาเยี่ยมเยียนผมอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย

'ความเหงา' แวะเวียนมาเยี่ยมผมอยู่บ่อยครั้งในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา แต่เขามักจะโผล่หน้ามาให้ผมเห็นเงียบๆ แล้วก็จากไปโดยไม่ทักทายเมื่อเห็นว่าผมสามารถทุ่มความสนใจไปกับกิจกรรมต่างๆ รอบตัว

...แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่า เขากลับมาวนเวียนอยู่รอบตัวผมโดยไม่ยอมหายไปไหนมาพักใหญ่แล้ว...

จนกระทั่งช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา 'ความเหงา' เดินตรงเข้ามาตบไหล่ผมแล้วยิ้มให้เมื่อเห็นผมอึ้งไปยามได้เจอหน้า เขายังคงเป็นเพื่อนที่ดีของผม คอยรับฟังปัญหาของผมและยิ่งยิ้มกว้างขึ้นเมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกที่แย่ๆ ของผม แต่อย่างน้อยเขาก็อยู่เป็นเพื่อนผมเสมอมา

2-3 วันที่ผ่านมา เขาเปรยๆ กับผมว่า เพื่อนเก่าของผมอีกคนกำลังจะมาเยี่ยม ผมทำหน้างงจนเขาหัวเราะ แล้วบอกกับผมว่า จะรู้สึกประหลาดใจก็ไม่แปลก เพราะผมไม่ได้พบเจอเพื่อนคนนี้นานนับสิบปีแล้ว...

เืมื่อวานนี้ความสงสัยก็กระจ่าง ผมแทบหมดแรงเมื่อเห็นหน้า 'เพื่อนเก่า' อีกรายมาหา...

'อยากตาย' ยกยิ้มตรงมุมปากนิดๆ ตามสไตล์ของเขา.. แบบที่ผมไมไ่ด้เห็นมานาน...

เมื่อเห็นผมมัวแต่อึ้งเงียบก็เชื้อเชิญตัวเองลงนั่งร่วมโต๊ะที่ผมและ 'ความเหงา' นั่งอยู่ก่อน เขาหันไปผงกหัวทักทายกันเพียงเล็กน้อยก่อนหันมาจ้องตาผม

--คิดถึงจัง-- เป็นถ้อยคำที่ผมไม่เคยคิดว่าจะออกมาจากปากคนเย็นชาเช่นเขา แต่มันก็หลุดออกมาแล้ว...

ผมสับสนไปหมด.. ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักในวัยเด็กของผม แม้ความคิดและคำพูดของทั้งคู่จะเคยมีอิทธิพลกับผมมาก แต่บางครั้งสิ่งเหล่านั้นก็ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจอยู่บ่อยครั้ง

--ใจร้ายจังนะ-- เป็น "ความเหงา" ผู้ที่ล่วงรู้ความรู้สึกนึกคิดของผมก่อนใครเพื่อน และเขาคงรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่

เพื่อนคนที่สองยังคงจ้องหน้าผมเงียบๆ ก่อนลุกขึ้นยืนเตรียมกลับไป --ครั้งนี้แค่มาทักทาย-- นั่นหมายความว่า ครั้งหน้าในอนาคตอันใกล้นี้เขาจะมาอาศัยอยู่กับผมเหมือนที่ 'ความเหงา' ทำอยู่หรือเปล่านะ?

'ความเหงา' ยิ้มให้กับความสงสัยเล็กๆ ของผมในขณะที่ 'อยากตาย' ยื่นเสื้อคลุมสีเทาที่เขาถืออยู่มาให้

--เก็บไว้จนกว่าจะถึงเวลา-- อีกแล้ว.. ผมเอื้อมมือไปรับมันมาถือไว้และจ้องมอง นี่แสดงว่าผมเริ่มท้อแท้ในชีวิตแล้วสินะ 'อยากตาย' ทำแบบนีุ้ทุกครั้ง สีของเสื้อคลุมที่เขาหยิบยื่นมาให้จะเ็ป็นสัญลักษณ์บ่งบอกอารมณ์ผม

หากเป็นสีขาวหรือเหลืองอ่อน เขาจะมารับเสื้อคลุมกลับไป
หากเป็นสีเทาหรือน้ำตาล เขาจะเอามาทิ้งไว้ที่ผม...ไม่รู้ทำไม...
หากเมื่อมันพัฒนาเป็นสีเทาเข้มหรือน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ เมื่อนั้นเขาจะมาอยู่ข้างๆ ผม และคอยออกไอเดียให้ผมว่าควรจะทำยังไงให้ตาย...

ระหว่างนั้น 'ความกล้า' และ 'ความดี' ที่คอยอยู่ดูแลผมห่างๆ จะหนีหาย.. 'ความดี' ไม่สามารถเอาชนะ 'อยากตาย' ได้ แต่ 'ความกล้า' รู้ดีว่า หากเขาไม่อยู่..ผมก็จะทำอะไรไม่ได้ รวมถึงการฆ่าตัวตายด้วย.. เขาจึงเลือกที่จะอยู่ใ้ห้ห่างจากผมในช่วงเวลาที่ 'อยากตาย' มาอยู่กับผม

ส่วน 'ความเหงา' เขาจะเพียงส่งยิ้มเศร้าๆ มาให้ผมโดยไม่พูดอะไร เขาอ่อนแอกว่า 'อยากตาย' มากนัก ผมก็ได้แต่คาดเดาเอาเองว่าเขาคงจะเสียดายหาเพื่อนเช่นผมต้องมาจากไปพร้อมกับ เพื่อนในชุดดำอย่าง 'อยากตาย' 

ผมนั่งจ้องมองเสื้อคลุมสีเทาในมือ
ผมควรทำยังไงดี?

วันจันทร์นี้ผมควรเปิดเผยทุกสิ่งและรับโทษทัณฑ์จากหัวหน้า และปล่อยให้สีของเสื้อคลุมเข้มขึ้นหรือเปล่านะ..?

ผมเก็บเสื้อคลุมสีเทาตัวนั้นเข้าตู้ แม้มันจะไม่ได้อยู่ใกล้ผมตลอด 24 ชั่วโมง แต่มันเป็นเสื้อคลุม "ของผม" ที่จะสะท้อนอารมณ์ไม่ว่าผมจะอยู่ตรงส่วนไหนบนโลกก็ตาม..

ความปรารถนาในส่วนลึกของผมแบ่งเป็น 2 อย่าง

อย่างแรก เมื่อเปิดตู้อีกครั้ง เสื้อคลุมจะกลายเป็นสีขาวรอให้ผู้รับฝากมาเอาคืนไป
อย่างหลัง เมื่อเปิดตู้อีกครั้ง เสื้อคลุมกลายเป็นสีดำสนิท .. ผมจะได้จบเรื่องทุกอย่างลงเสียที!

April 1, 2009

posted on 09 May 2009 20:39 by thinkingbox  in BlackBox
10.38

อยู่ดีๆ ก็รู้สึกเหมือนอยู่ ณ จุดอิ่มตัว

ผมกินข้าวไ่ม่ได้ กินนมไม่หมดกล่อง กินน้ำไม่หมดแก้ว...

ผมนอนไ่ม่ได้ ต้องกินยา...

ผมคงกำลังป่วย.. แต่เมย์ก็ยังไม่สนใจผมเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่ผมแสดงออกว่าเรียกร้องให้เธอมาเห็นใจบ้าง...

แต่ตอนนี้ เธอมีสิ่งอื่นที่น่าสนใจมากกว่า เธอจึงมองข้ามผมไป

แม้แต่วันเกิดเธอที่กำลังจะถึงนี้.. เธอยังไม่สนใจที่จะอยู่กับผมเลย...

- - -
 
เมื่อวันจันทร์ คุณมาอยู่ใกล้ผมแค่นี้.. สี่สิบกิโลเมตร แต่ผมก็ไม่ไปเจอคุณ

ผมกลัว.. ว่าผมไปแล้วผมจะไม่ได้เจอคุณอย่างที่หวัง แล้วผมจะผิดหวังมาก.. มากเกินไป ผมถึงตัดสินใจไม่ไปเจอคุณ

ผมอยากเจอคุณ.. อยากเจอมาก อยากนั่งคุยกับคุณ อยากมองหน้าคุณใกล้ๆ 

ผมขอมากไปหรือเปล่านะ?.. แจจุง

- - -

Happy April's Fool Day!

จริงหรือเปล่านะ?
ดูเหมือนว่าผมไม่ค่อยรู้สึกมีความสุขอยู่ดี..

ยังก็แล้วแต่ วันนี้ผมได้ทำความดีไป 2 ครั้งแล้วล่ะ

1) บนรถไฟฟ้า BTS ผมสละที่นั่งให้คุณป้าคนหนึ่ง ท่านดูเป็นคนอบอุ่นและใจดีมาก ผมมองตั้งแต่ท่านก้าวเข้ามาในขบวนรถ ในขณะที่สามีท่านเดินเข้าหลบมุมหาที่ยึดเกาะ คุณป้าที่หาที่หลบมุมด้วยไม่ได้ก็ต้องยืนเกาะเสาอยู่กลางรถ
    ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง? ผมน่ะเหรอ?.. ผมที่นั่งอยู่ก็ต้องรีบลุกขึ้นไปจูงท่านมานั่งน่ะสิ
    ท่านขอบคุณผมตั้งหลายคำ ทำเอาผมยิ้มกว้างด้วยความยินดีจากใจจริงเป็นครั้งแรกของวัน มือคุณป้าที่จับมือผมตอนเดินมานั่ง อบอุ่นมากจริงๆ.. 
    จนถึงตอนนี้.. ผมยังจดจำความอบอุ่นในมือคู่นั้นได้อยู่เลย....

2) หลังจากไปซื้อบัตรงานตลาด Y ที่ 29 Plaza ตอนข้ามฝั่งมาทาง Siam Paragon ผมได้ช่วยบอกทางไป BigC ให้กับชาวจีน 2 คน
    จริงๆ พนักงานร้านโออิชิเขาก็คงจะสื่อสารได้เพราะเขาก็ยังหันมาบอกผมว่า ทั้งคู่กำลังหาทางไป BigC แต่พอเห็นผมเข้าไปช่วย ชาวต่างชาติก็หันมาหาผมทันทีเลยแฮะ เดาเอาว่าคงจะฟังพนักงานร้านพูดไม่รู้เรื่องมากกว่า

อย่างน้อยๆ ความดี 2 อย่างที่ผมได้ทำไปในวันนี้..
ก็ทำให้ผมยิ้มออกมาจนได้.. ^_^